วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557
วันศุกร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2557
@ โครงงานคอมพิวเตอร์
หลักการทำโครงงานคอมพิวเตอร์

โครงงานคอมพิวเตอร์ หมายถึง เป็นงานวิจัยในระดับนักเรียน
เป็นการใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่น ที่มีอยู่ในการศึกษา ทดลอง แก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อนำผลที่ได้มาประยุกต์ใช้งานจริง หรือใช้เพื่อช่วยสร้างสื่อเพื่อเสริมการเรียนให้ได้ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โครงงานคอมพิวเตอร์จึงเป็นกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้ และฝึกฝนการใช้ทักษะการใช้เครื่องคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ พร้อมทั้งเครื่องมือต่าง ๆ ในการแก้ปัญหา รวมทั้งการพัฒนาการสร้างผลงานจริงอีกด้วย
ขั้นตอนการทำโครงงานคอมพิวเตอร์
1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ
2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
3. จัดทำ เค้าโครงของโครงงาน
4. การลงมือทำโครงงาน
5. การเขียนรายงาน
6. การนำเสนอและแสดงโครงงาน
![]()
1. คัดเลือกหัวข้อโครงงานที่สนใจ
โดยทั่วไปเรื่องที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงงานคอมพิวเตอร์ มักจะได้มาจากปัญหา
คำถาม หรือความสนใจในเรื่องต่างๆ จากการสังเกตสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ หรือสิ่งต่างๆ รอบตัว ปัญหาที่จะนำมาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ได้จากแหล่งต่างๆ กัน ดังนี้
1. การอ่านค้นคว้าจากหนังสือ เอกสาร หนังสือพิมพ์ หรือวารสารต่างๆ
2. การไปเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ
3. การฟังบรรยายทางวิชาการ รายการวิทยุและโทรทัศน์ รวมทั้งการสนทนา
อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างเพื่อนนักเรียนหรือกับบุคคลอื่นๆ
4. กิจกรรมการเรียนการสอนในโรงเรียน
5. งานอดิเรกของนักเรียน
6. การเข้าชมงานนิทรรศการหรืองานประกวดโครงงานคอมพิวเตอร์
ในการตัดสินใจเลือกหัวข้อที่จะนา มาพัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ควรพิจารณาองค์ประกอบสำคัญ ดังนี้
1. ต้องมีความรู้และทักษะพื้นฐานอย่างเพียงพอในหัวข้อเรื่องที่จะศึกษา
2. สามารถจัดหาเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้
3. มีแหล่งความรู้เพียงพอที่จะค้นคว้าหรือขอคำปรึกษา
4. มีเวลาเพียงพอ
5. มีงบประมาณเพียงพอ
6. มีความปลอดภัย
![]()
2. ศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล
การศึกษาค้นคว้าจากเอกสารและแหล่งข้อมูล ซึ่งรวมถึงการขอคำปรึกษาจากผู้ทรงคุณวุฒิ
จะช่วยให้นักเรียนได้แนวคิดที่ใช้ในการกำหนดขอบเขตของเรื่องที่จะศึกษาได้เฉพาะเจาะจง มากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้ความรู้เพิ่มเติมในเรื่องที่จะศึกษาจนสามารถใช้ออกแบบและวางแผน ดำ เนินการทำโครงงานนั้นได้อย่างเหมาะสม ในการศึกษาจะต้องได้คำตอบว่า
1. จะทำ อะไร
2. ทำไมต้องทำ
3. ต้องการให้เกิดอะไร
4. ทำอย่างไร
5. ใช้ทรัพยากรอะไร
6. ทำกับใคร
7. เสนอผลอย่างไร
3. องค์ประกอบของเค้าโครงของโครงงาน
![]()
รายงาน รายละเอียดที่ต้องระบุ
ชื่อโครงงาน ทำอะไร กับใคร เพื่ออะไร
ชื่อผู้จัดทำโครงงาน ผู้รับผิดชอบโครงงาน อาจเป็นรายบุคคล หรือรายกลุ่มก็ได้
อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครู-อาจารย์ผู้ทำ หน้าที่เป็นที่ปรึกษา ควบคุมการทำโครงงานของ นักเรียน
ระยะเวลาดำเนินงาน ระยะเวลาการดำ เนินงานโครงงาน ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด
แนวคิด ที่มาและความสำคัญ สภาพปัจจุบันที่เป็นความต้องการและความคาดหวังที่จะเกิดผล
วัตถุประสงค์ สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นเมื่อสิ้นสุดโครงงานทั้งในเชิงกระบวนการ และผลผลิต
หลักการและทฤษฎี หลักการและทฤษฎีที่นำมาใช้ในการพัฒนาโครงงาน
วิธีดำ เนินงาน กิจกรรมหรือขั้นตอนการดำเนินงาน เครื่องมือ วัสดุอุปกรณ์ สถานที่และงบประมาณ
ขั้นตอนการปฏิบัติ วัน เวลา และกิจกรรมดำเนินการต่างๆ ตั้งแต่เริ่มต้นจนสิ้นสุด
ผลที่คาดว่าจะได้รับ สภาพของผลที่ต้องการให้เกิด ทั้งที่เป็นผลผลิต กระบวนการ และผลกระทบ
เอกสารอ้างอิง สื่อเอกสาร ข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่างๆ ที่นำมาใช้ในการดำเนินงาน
4. การลงมือทำโครงงาน
เมื่อเค้าโครงของโครงงานได้รับความเห็นขอบจากอาจารย์ที่ปรึกษาแล้ว ก็เสมือน
ว่าการจัดทำโครงงานได้ผ่านพ้นไปแล้วมากกว่าครึ่ง ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการลงมือ พัฒนาตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ ดังนี้
การเตรียมการ
การเตรียมการ ต้องเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ และวัสดุอื่นๆ ที่จะใช้ในการพัฒนาให้
พร้อมด้วย และควรเตรียมสมุดบันทึกหรือบันทึกเป็นแฟ้ มข้อความไว้ในระบบคอมพิวเตอร์ สา หรับ
บันทึกการทำ กิจกรรมต่างๆ ระหว่างทำ โครงงาน ได้แก่ ได้ปฏิบัติอย่างไร ได้ผลอย่างไร มีปัญหา
และแก้ไขได้หรือไม่อย่างไร รวมทั้งข้อสังเกตต่างๆ ที่พบ
การลงมือพัฒนา
1. ปฏิบัติตามแผนงานที่วางไว้ในเค้าโครง แต่อาจเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมได้ถ้าพบว่าจะช่วยทำ
ให้ผลงานดีขึ้น
2. จัดระบบการทำ งานโดยทำ ส่วนที่เป็นหลักสา คัญๆ ให้แล้วเสร็จก่อน จึงต่อยทำ
ส่วนที่เป็นส่วนประกอบหรือส่วนเสริมเพื่อให้โครงงานมีความสมบูรณ์มากขึ้น และถ้ามีการแบ่งงานกันทำ ให้ตกลงรายละเอียดในการต่อเชื่อมชิ้นงานที่ชัดเจนด้วย
3. พัฒนาระบบงานด้วยความละเอียดรอบคอบ และบันทึกข้อมูลไว้อย่างเป็นระบบและครบถ้วน
การทดสอบผลงานและแก้ไข
การตรวจสอบความถูกต้องของผลงานเป็นความจำเป็นเพื่อให้แน่ใจว่าผลงานที่พัฒนาขึ้น
ทำงานได้ถูกต้องตรงกับความต้องการที่ระบุไว้ในเป้าหมายและทำด้วยประสิทธิภาพสูงด้วย
การอภิปรายและข้อเสนอแนะ
เมื่อพัฒนาผลงานเรียบร้อยแล้วให้จัดทำสรุปด้วยข้อความที่สั้นกะทัดรัดอย่างครอบคลุม
เพื่อช่วยให้ผู้อ่านได้เข้าใจถึงสิ่งที่ค้นพบจากการทำ โครงงาน และทำ การอภิปรายผล ด้วยเพื่อพิจารณาข้อมูลและผลที่ได้ พร้อมกับนา ไปหาความสัมพันธ์กับหลักการ ทฤษฎี หรือผลงานที่ผู้อื่นได้ศึกษาไว้แล้วทั้งนี้ยังรวมถึงการนา หลักการ ทฤษฎี หรือผลงาน ของผู้อื่นมาใช้ประกอบการอภิปรายผลที่ได้ด้วย
แนวทางการพัฒนาโครงงานในอนาคตและข้อเสนอแนะ
เมื่อทำ โครงงานเสร็จสิ้นลงแล้ว นักเรียนอาจพบข้อสังเกต ประเด็นที่สา คัญหรือปัญหา
ซึ่งสามารถเขียนเป็นข้อเสนอแนะและสิ่งที่ควรจะศึกษาและหรือใช้ประโยชน์ต่อไปได้ ![]()
5. การเขียนรายงาน
การเขียนรายงานเป็นวิธีการสื่อความหมายเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจแนวคิด วิธีดำเนินการ
ศึกษาค้นคว้า ข้อมูลที่ได้ ตลอดจนข้อสรุปและข้อเสนอแนะต่างๆ เกี่ยวกับโครงงานนั้น ในการเขียนรายงาน นักเรียนควรใช้ภาษาที่อ่านง่าย ชัดเจน กระชับ และตรงไปตรงมา ให้ครอบคลุมหัวข้อต่างๆเหล่านี้
ส่วนนำ
ส่วนนำ เป็นการให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงงานนั้นซึ่งประกอบด้วย
1. ชื่อโครงงาน
2. ชื่อผู้ทำโครงงาน
3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
4. คำขอบคุณ เป็นคำกล่าวขอบคุณบุคคลหรือหน่วยงาน ที่มีส่วนช่วยทำ ให้โครงงานสำเร็จ
5. บทคัดย่อ อธิบายถึงที่มา ความสำคัญ วัตถุประสงค์ วิธีดำ เนินการ และผลที่ได้ โดยย่อ
บทนำ
บทนำเป็นส่วนรายละเอียดของเนื้อหาของโครงงานซึ่งประกอบด้วย
1. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
2. เป้ าหมายของการศึกษาค้นคว้า
3. ขอบเขตของโครงงาน
หลักการและทฤษฎี
หลักการและทฤษฎี เป็นส่วนสรุปข้อมูลที่ได้จากการศึกษาหาข้อมูลหรือหลักการ
ทฤษฎี หรือวิธีการที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาโครงงาน ซึ่งรวมถึงการระบุผลงาน ของผู้อื่นที่นักเรียนนำมาเปรียบเทียบหรือพัฒนาเพิ่มเติมด้วย
วิธีดาเนินการ
วิธีดำเนินการ อธิบายขั้นตอนการดำเนินงานโดยละเอียด พร้อมทั้งระบุปัญหาหรือ
อุปสรรคที่พบพร้อมทั้งวิธีการที่ใช้แก้ไข พร้อมทั้งระบุวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการทำงาน
ผลการศึกษา
ผลการศึกษา นำเสนอข้อมูลหรือระบบที่พัฒนาได้ โดยอาจแสดงเป็นตาราง
หรือ กราฟ หรือข้อความ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงความเข้าใจของผู้อ่านเป็นหลัก
สรุปผลและข้อเสนอแนะ
สรุปผลและข้อเสนอแนะ อธิบายผลสรุปที่ได้จากการทำ งาน ถ้ามีการตั้งสมมติฐาน
ควรระบุด้วยว่าข้อมูลที่ได้สนับสนุนหรือคัดค้านสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือยังสรุปไม่ได้ นอกจากนั้นยังควรกล่าวถึงการนา ผลการทดลองหรือพัฒนาไปใช้ประโยชน์ อุปสรรค์ของการทำโครงงาน หรือข้อสังเกตที่สำคัญหรือข้อผิดพลาดบางประการ ที่เกิดขึ้นจากการทำ โครงงานนี้ รวมทั้งข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไขหากจะมี ผู้ศึกษาค้นคว้าในเรื่องทำนองนี้ต่อไปในอนาคตด้วย ![]()
ประโยชน์
ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน ระบุประโยชน์ที่นักเรียนได้รับจากการพัฒนาโครงงานนั้น
และประโยชน์ที่ผู้ใช้จะได้รับจากการนา ผลงานของโครงงานได้ใช้ด้วย
บรรณานุกรม
บรรณานุกรม รวบรวมรายชื่อหนังสือ วารสาร เอกสาร หรือเว็บไซด์ต่างๆ ที่ผู้ทำ โครงงาน
ใช้ค้นคว้า หรืออ่านเพื่อศึกษาข้อมูลและรายละเอียดต่างๆ ที่นา มาใช้ประโยชน์ในการทำ โครงงานนี้การเขียนเอกสารบรรณานุกรมต้องให้ถูกต้องตามหลักการเขียนด้วย
การจัดทำคู่มือการใช้งาน
หาโครงงานที่นักเรียนจัดทำ เป็นการพัฒนาระบบใหม่ขึ้นมา ให้นักเรียนจัดทำ
คู่มืออธิบายวิธีการใช้ผลงานนั้นโดยละเอียด ซึ่งประกอบด้วย
1. ชื่อผลงาน
2. ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ ระบุรายละเอียดของคอมพิวเตอร์ที่ต้องมีเพื่อจะใช้ผลงานนั้นได้
3. ความต้องการของซอฟต์แวร์ ระบุรายชื่อซอฟต์แวร์ที่ต้องมีอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์
เพื่อจะให้ผลงานนั้นทำงานได้อย่างสมบูรณ์
4. คุณลักษณะของผลงาน อธิบายว่าผลงานนั้นทำ หน้าที่อะไรบ้าง รับอะไรเป็นข้อมูล
ขาเข้าและส่วนอะไรออกมาเป็นข้อมูลขาออก
5. วิธีการใช้งานของแต่ละฟังก์ชัน อธิบายว่าจะต้องกดคำสั่งใด หรือกดปุ่มใด
เพื่อให้ผลงานทำงานในฟังก์ชันหนึ่งๆ ![]()
6. การนำเสนอและแสดงโครงงาน
การนำเสนอและการแสดงผลงานเป็นขั้นตอนที่สำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งของการทำโครงงาน
เพื่อแสดงออกถึงผลิตผลความคิด ความพยายามในการทำงานที่ผู้ทำโครงงานได้ทุ่มเทและ เป็นวิธีทำให้ผู้อื่นได้รับรู้และเข้าใจถึงผลงานนั้นการเสนอผลงานอาจทำได้ในหลายรูปแบบต่างๆ กัน เช่น การแสดงผลงานโดยไม่มีการอธิบายประกอบการรายงานด้วยคำพูดในที่ประชุม การจัดนิทรรศการโดยโปสเตอร์และอธิบายด้วยคำพูด เป็นต้น โดยผลงานที่นำมาเสนอหรือจัดแสดงควรประกอบด้วยสิ่งต่อไปนี้
1. ชื่อโครงงาน
2. ชื่อผู้จัดทำโครงงาน
3. ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา
4. คำอธิบายถึงที่มาและความสำคัญของโครงงาน
5. วิธีการดำเนินการที่สำคัญ
6. การสาธิตผลงาน
7. ผลการสังเกตและข้อสรุปสำคัญที่ได้จากการทำโครงงาน
|
@ วิธีการทำโครงงาน
@ วิธีการทำโครงงาน

วิธีการทำโครงงาน
โครงงาน คือ งานวิจัยเล็กๆ สำหรับ เป็นการแก้ปัญหา หรือข้อสงสัยโดยใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หากเนื้อหาหรือข้อสงสัยเป็นไปตามกลุ่มสาระการเรียนรู้ใดจะเรียกว่าโครงงานกลุ่มสาระการเรียนรู้นั้น ๆ
การทำโครงงาน
1. กำหนดปัญหา หัวข้อเรื่อง
2. ตั้งสมมุติฐาน หรือคำตอบชั่วคราว
3. ออกแบบการศึกษาค้นคว้า การทดลอง
4. ลงมือปฏิบัติ
5. สรุปผลโดยการจัดทำรายงานโครงงาน......อาจมีปัญหาใหม่เกิดขึ้น.......
6. นำเสนอผลงาน ประเมินผล
7. จัดนิทรรศการ ส่งประกวด
หัวข้อการเขียนรายงานโครงการ
1. โครงงานกลุ่มสาระการเรียนรู้..............เรื่อง..............
2. ผู้จัดทำ............อาจารย์ที่ปรึกษา..............โรงเรียน.........สังกัด.......ระดับชั้น....
3. บทคัดย่อ
4. กิตติกรรมประกาศ
5. บทที่ 1 บทนำ ที่มาและความสำคัญของโครงงาน........วัตถุประสงค์........สมมุติฐานของการศึกษาค้นคว้า......ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า........ตัวแปรที่เกี่ยวข้อง........... (ถ้ามี)....
6. บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับการทำโครงงานเรื่องนี้
7. บทที่ 3 อุปกรณ์ วิธีดำเนินการศึกษา
8. บทที่ 4 ผลการศึกษา และอภิปรายผล
9. บทที่ 5 สรุปผล ประโยชน์ ข้อเสนอแนะ
10. เอกสารอ้างอิง
11. หมายเหตุ : ตัวอย่างโครงงานเป็นของนักเรียน จึงมีรูปแบบหลากหลายตามความสามารถของนักเรียนแต่ละระดับชั้น
ตัวอย่างโครงงานกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีโดยสรุป เรื่องหัวบุกผง
|
บทที่ 1
บทนำ
แนวคิด ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
จากการที่คณะผู้จัดทำได้เห็นผู้ปกครองและชาวบ้านนำเอกหัวบุก ต้นบุกมาประกอบอาหารไม่ว่าจะเป็นอาหารคาวและอาหารหวาน แต่หัวบุกก็ยังมีเหลืออยู่อีกมาก และไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงมีความคิดและได้ปรึกษากันว่า ถ้าหากเรานำเอาหัวบุกที่มีอยู่มาดัดแปลง หรือแปรรูปเป็น “หัวบุกผง” ด้วยกรรมวิธีง่ายๆ เพราะสามารถเก็บไว้ได้นานอีกทั้งยังคงคุณค่าของอาหารด้านโภชนาการ เพื่อเป็นการสะดวกที่จะนำไปใช้ได้หลายอย่าง
วัตถุประสงค์
1. เพื่อแปรรูปหรือดัดแปลงหัวบุกที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์สูงสุด
2. เพื่อสามารถเป็นการประหยัดรายจ่ายและเป็นอาชีพเสริมของตนเองและครอบครัวได้
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
1. ได้หัวบุกผงนำไปดัดแปลงเป็นอาหารและของขบเคี่ยวต่างๆ
2. เป็นการประหยัดรายจ่ายและเป็นการประหยัดเวลา
3. เป็นแนวทางในการทำกิจกรรมเสริมตามโครงการเสริมรายได้ระหว่างเรียน
4. ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
5. รู้จักการนำวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์และรู้จักการแปรรูปอาหาร
ตัวแปรที่ศึกษา
1. ตัวแปรต้น หัวบุก
2. ตัวแปรตาม หัวบุกผง
3. ตัวแปรควบคุม ความแก่ของหัวบุก อุณหภูมิ เวลา
สมมติฐานในการศึกษา
นำหัวบุกที่อบสุกแล้วไปตากให้แห้ง แล้วนำไปปั่นให้ละเอียดเป็นผง สามารถนำไปเป็นส่วนผสมของอาหารหวานและของขบเคี้ยวหรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพได้
คำนิยามศัพท์เชิงปฏิบัติการ
การอบ หมายถึง การทำให้สุกและสามารถนำไปรับประทานได้
อุณหภูมิ หมายถึง การทำให้ละเอียดเป็นผงโดยใช้เครื่องปั่น

บทที่ 2
ทฤษฎีและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ในการจัดทำโครงงานกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี คณะผู้จัดทำได้ศึกษาคุณสมบัติของหัวบุกประกอบการคิดค้นทดลองดังต่อไปนี้
ลักษณะของบุก
บุกเป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง มีลำต้นแตกต่างกันออกไป บางต้นสูงใหญ่ บางต้นเล็ก ลำต้นจะเป็นสีขาวนวลและมีสีเขียวสลับกัน จะมีมากในฤดูฝนประมาณเดือนมิถุนายน-เดือนตุลาคมจากนั้นลำต้นจะค่อยๆ เหี่ยวและแห้งแต่ใต้ดินจะมีหัวบุกอยู่ ซึ่งหัวบุกนี้จะมีอายุแก่เต็มที่ประมาณเดือนธันวาคม-เดือนกุมภาพันธ์ ต้นบุกแบ่งออกเป็น 3 ชนิดด้วยกันและแต่ละชนิดจะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
1. บุกหนามหรือบุกป่า ลักษณะของบุกชนิดนี้ลำต้นจะมีหนามเล็กๆ ทั่วลำต้นและมียางซึ่งยางของบุกเมื่อถูกหรือจับจะมีอาการคัน บุกชนิดนี้ส่วนมากจะนำมาเป็นอาหารของสัตว์คือ หมูและดอกของบุกชนิดนี้นำมาประกอบหรือเป็นส่วนผสมของน้ำพริกมะกอกได้
2. บุกเกลี้ยง ลักษณะของบุกชนิดนี้ลำต้นจะเหมือนกันกับบุกหนามแต่จะผิดกันตรงลำต้นไม่มีหนาม แต่จะมียางลักษณะเดียวกันกับบุกหนาม เมื่อถูกหรือจับยางจะมีอาการคัน บุกชนิดนี้สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้ทั้งคนและสัตว์ หรือที่นำมาแปรรูปสกัดเป็นบุกคอนยัคกี้
3. บุกเบือ ลักษณะของบุกชนิดนี้ลำต้นจะมีลักษณะเด่นคือ ไม่มีหนามและจะมีสีเขียวกับสีขาวนวลที่เจือจางกว่าบุกทั้งสองชนิดที่กล่าวมา บุกชนิดนี้จะนิยมปลูกกันตามบ้านเพราะจะใช้เป็นอาหารได้ตั้งแต่ต้นอ่อนจนถึงต้นที่แก่ สามารถนำมาแกงส้มหรือแกงเหลือง และหัวบุกยังสามารถนำมาประกอบเป็นอาหารหวาน อาหารคาว และของขบเคี้ยวได้อีกด้วย
บุกทั้งสามชนิดที่กล่าวมานี้ ส่วนมากจะมีแถบภาคเหนือแต่ก็ไม่มีทุกจังหวัด จะมีมากเป็นบางจังหวัด และบุกทั้งสามชนิดจะมีลักษณะของลำต้น ใบ หัว ที่คล้ายกันมากที่สุด หากไม่สังเกตจะแยกไม่ออกว่าบุกชนิดใดที่เป็นบุกป่า บุกชนิดใดที่เป็นบุกเกลี้ยง และบุกเบือ
การถนอมอาหาร
การถนอมอาหาร หมายถึง การทำให้อาหารอยู่ได้นานวัน รวมถึงการดัดแปลงหรือการแปรรูปอาหารด้วยกรรมวิธีต่างๆ โดยอาหารนั้นจะไม่สูญเสียคุณค่าและอยู่ได้นาน
หลักเกณฑ์การถนอมอาหาร
1. ความสะอาดและการทำลายยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรค
2. เลือกวิธีการถนอมอาหารให้เหมาะสมกับชนิดของอาหาร
วิธีการถนอมอาหารมีหลายวิธี
1. การทำให้แห้ง โดยการตากแดด
2. การเชื่อม
3. การรมควัน
4. การกวน
5. การอบแห้ง
6. การแช่อิ่ม และการบรรจุขวด
ประโยชน์ของการถนอมอาหาร
1. ช่วยเก็บอาหารไว้ได้นานและมีอาหารไว้รับประทานนอกฤดูกาล
2. ทำให้เกิดอาหารชนิดใหม่ขึ้น
3. ช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว
บทที่ 3
วัสดุอุปกรณ์ และวิธีการดำเนินการ
วัสดุอุปกรณ์
1. หัวบุกค่อนข้างแก่จัด
2. เครื่องปั่น
3. กระป๋องหรือขาดโหลมีฝาปิด
4. มีดปอก
5. ตะแกรงหรือเครื่องร่อนแป้ง
6. ทัพพีหรือช้อน
7. เขียง
8. เตาอบ
9. คีม
10. มีดหั่น
11. ถาดหรือกะละมัง
วิธีการดำเนินการ
1. เลือกหัวบุกที่มีลักษณะค่อนข้างแก่จัดและหัวที่มีขนาดใหญ่พอสมควร
2. นำหัวบุกล้างน้ำเพื่อให้ดินที่ติดออกให้หมด
3. นำหัวบุกปอกเปลือก แล้วนำมาหั่น หรือฝานให้มีขนาดความหนาเท่าๆ กันเมื่อนำหัวบุกที่ผ่านไปอบจะทำให้หัวบุกสุกและมีสีเสมอกัน
4. นำหัวบุกที่อบสุกแล้วไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส และใช้เวลาในการอบประมาณ 10 นาที
5. นำหัวบุกที่อบสุกแล้วไปตากแดดหรือปล่อยทิ้งไว้ให้เย็นเพื่อให้หัวบุกกรอบ เมื่อนำไปปั่นจะทำให้สะดวกและปั่นละเอียดเป็นผงง่ายขึ้น
บทที่ 4
ผลการศึกษาค้นคว้า
จากการทำโครงงานนี้ เมื่อนำหัวบุกมาแปรรูปเป็นหัวบุกผง คณะผู้จัดทำต้องนำหัวบุกมาปอกเปลือก แล้วนำมาหั่นหรือผ่านเป็นชิ้นที่มีความหนาเท่าๆ กัน หลังจากนั้นนำหัวบุกไปอบในเตาที่มีอุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส โดยใช้เวลาในการอบ 10 นาที เมื่ออบสุกแล้วนำหัวบุกไปตากแดดอีกครั้งหนึ่ง
ตาราง แสดงผลการอบหัวบุก
รายการ
|
อุณหภูมิ(C •)
|
เวลา (นาที)
|
ผลของการอบ
|
หัวบุก
|
100
150
|
10
10
|
หัวบุกจะมีสีขาวนวลหรือสีครีม เมื่อนำหัวบุกไปปั่น หัวบุกจะมีลักษณะเป็นเม็ดเล็กๆ ไม่ละเอียดเท่าที่ควร
หัวบุกจะมีสีน้ำตาลอ่อนๆ หรือสีออกเหลืองอ่อนๆ เมื่อนำหัวบุกไปปั่น หัวบุกจะมีลักษณะเป็นผงละเอียดและมีสีน่ารับประทาน
|
จากตารางพบว่า ในการอบหัวบุกเราต้องใช้อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส โดยใช้เวลา 10 นาทีจะได้หัวบุกที่มีสีน้ำตาลอ่อนหรือสีเหลืองอ่อน เมื่อนำไปปั่นแล้วจะเป็นผงละเอียดและมีสีสวยงาม
บทที่ 5
สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
สรุปผล
การนำหัวบุกดิบมาแปรรูปเป็นผง โดยการใช้เตาอบสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่างเช่น
1. สามารถเก็บหัวบุกไว้ได้เป็นระยะเวลานาน
2. เป็นการถนอมอาหารวิธีหนึ่ง เพราะในช่วงฤดูฝนหัวบุกมีมากทำให้สูญเปล่าประโยชน์ และอีกประการหนึ่งไม่มีราคาและไม่มีตลาดรับรอง
อภิปรายผล
จากผลการค้นคว้าและทดลอง จะเห็นได้ว่าหัวบุกสามารถนำมาแปรรูปเป็นหัวบุกผง ซึ่งมีรสชาติหอมอร่อยเหมาะที่จะนำไปเป็นส่วนผสมของขนมหวาน เช่น ขนมเปียกปูนขนมสอดไส้ ขนมเทียนไส้เค็ม ตะโก้ เม็ดขนุน หรือขนมบัวลอย และอาจนำไปเป็นส่วนผสมกับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
ประโยชน์ของโครงงาน
1. สามารถแปรรูปอาหาร และได้สูตรใหม่ซึ่งมีรสชาติอร่อย
2. สามารถเก็บไว้ได้นาน และยังคงคุณค่าของอาหารอยู่
3. สามารถนำไปเป็นส่วนประกอบของขนมชนิดต่างๆ ได้
ข้อเสนอแนะ
1. หัวบุกที่อบแห้งไหม้เกรียมไม่ควรนำมาทำเป็นหัวบุกผง เพราะอาจจะทำให้มีรสขม
2. ในการอบหัวบุกควรปรับอุณหภูมิของเตาอบ หรืออาจจะลดเวลาที่ใช้ในการอบ (กรณีการหั่นบุกอาจจะบางเกินไป
3. กรณีไม่มีเตาอบอาจจะใช้แสงแดดจากธรรมชาติในการทำให้แห้ง
4. การทำโครงงานครั้งต่อไปอาจจะแปรรูปผักชนิดอื่นๆ ในลักษณะเดียวกัน

ที่มา : โครงงานเรื่องหัวบุกผง
จากโรงเรียนบ้านแม่กื้ดหลวงกัญไชยมิตรภาพที่ 182 จังหวัดตาก
ชนะการประกวดโครงงานครั้งที่ 2 ปีการศึกษา 2544
ข้อแนะนำสำหรับรับนักเรียนในการเลือกเรื่องที่จะทำโครงงาน
การเรียนรู้โดยกิจกรรมการทำโครงงาน เป็นการส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงความสามารถและพัฒนาตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยเป็นไปตามธรรมชาติ ตามความถนัดและความสนใจ เน้นในเรื่องคุณธรรม และกระบวนการเรียนรู้อย่างมีขั้นตอน ทั้งในเรื่องที่เกี่ยวกับตนเอง สังคม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย ความรู้ และวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทย ความรู้และทักษะด้านคณิตศาสตร์ ด้านภาษา การประกอบอาชีพเพื่อให้สามารถนำไปใช้ในการดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข การฝึกทำโครงงาน เพื่อการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ ทั้งเป็นการประสานความร่วมมือกับทุกฝ่ายของชุมชน นักเรียนจะได้เรียนรู้อย่างมีความสุข เกิดการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคมอย่างสมบูรณ์ สามารถประเมินผลการเรียนรู้ควบคู่ไปกับการร่วมกิจกรรมตามความเหมาะสมกับวัย และระดับความสามารถของนักเรียน
ฉะนั้น เมื่อนักเรียนได้ร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูอาจารย์ผู้สอนแล้วนักเรียนจะต้องเป็นผู้คิดกำหนดหัวข้อโครงงานที่จะศึกษาค้นคว้าดำเนินการวางแผนออกแบบสำรวจทดลอง ประดิษฐ์ เก็บรวบรวมข้อมูล แปรผล สรุปผลและเสนอผลงานโดยตัวนักเรียนเอง ครูอาจารย์จะเป็นเพียงผู้ดูแลและให้คำปรึกษาเท่านั้นโครงการแรกที่นักเรียนได้ทำและประสบผลสำเร็จจะสร้างความมั่นใจ และเป็นแรงผลักดันให้นักเรียนทำโครงงานต่างๆ ไปได้ นักเรียนจึงควรเลือกโครงงานที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถของนักเรียนเอง ทั้งนี้เพราะการเริ่มต้นด้วยความสำเร็จย่อมเป็นการเริ่มต้นที่ดีเสมอ จึงขอแนะนำให้นักเรียนทำโครงงานประเภทสำรวจก่อน โครงงานประเภททดลองและประเภทสิ่งประดิษฐ์
บรรณานุกรม
สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ . การงานอาชีพและเทคโนโลยี ม.1 .สำนักพิมพ์ บริษัทพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) จำกัด ,กรุงเทพ, 2550.
โครงงาน
เรื่องหัวบุกผง
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
คุณครูที่ปรึกษา ครูกัญจนา มีศิริ
จัดทำโดย
1. …………………………….. เลขที่...................
2. …………………………….. เลขที่...................
3. …………………………….. เลขที่...................
4. …………………………….. เลขที่...................
5. …………………………….. เลขที่...................
6. …………………………….. เลขที่...................
7. …………………………….. เลขที่...................
8. …………………………….. เลขที่...................
ชั้น.....................................................................
โรงเรียนชุมชนบ้านโภชน์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบูรณ์เขต 3
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)





