วิธิการทำผ้ามัดย้อม
วัตถุประสงค์การเรียนรู้
1 . บอกเล่าวิธีการและความเป็นมาของลวดลายผ้าได้
2. บอกองค์ประกอบและความเป็นมาของสีย้อมผ้าได้
3.บอกประโยชน์การมัดย้อมได้
4. บอกชนิดและคุณสมบัติของสารทำปฏิกิริยาที่ใช้ในการย้อมผ้าได้
5. มีความรู้การออกแบบลายผ้าและสามารถสร้างสรรค์ลายผ้าด้วยตนเอง
6. อธิบายวิธีเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในท้องถิ่นมาทำผ้ามัดย้อมได้
7. บอกขั้นตอนการทำผ้ามัดย้อมได้
8. ปฏิบัติการทำผ้ามัดย้อมได้ตามขั้นตอนอย่างประหยัด และปลอดภัย
9. นำเสนอผ้ามัดย้อมต่อเพื่อนๆ และประเมินผลเพื่อปรับปรุงผลงานได้
10. มีเจตคติที่ดีต่อกิจกรรม รักและภูมิใจงานด้านศิลปะ งานเพื่อสังคม

ประวัติความเป็นมา
สันนิษฐานว่าการย้อมผ้ามีมากว่า 100 ปี มีการย้อมสีแหหรืออวน จับปลาเพื่อป้องกันการเปื่อย และเก่าง่าย โดยใช้ไม้มะเกลือมาต้มให้เกิดสี ต่อมาใช้เปลือกไม้ต่างๆ เช่น ไม้โกงกาง ไม้โปรงแดง ไม้โปรงดำ ไม้ตะบูน ไม้ตะบัน แต่ที่นิยมกันมาก คือไม้โปรง กับไม้ตะบูน ซึ่งเรียกการย้อมนั้นว่า การย้อมผ้าน้ำกะเตา ซึ่งมีสีน้ำตาลอย่างเดียว การย้อมเสื้อผ้าสมัยก่อนเกิดจากผู้ที่มีอาชีพตัดไม้ โดยตัดไม้แล้วทำให้ยางไม้ติดเสื้อผ้า ซักไม่ออก จึงเกิดการนำเปลือกไม้มาต้มแล้วนำเสื้อผ้ามาย้อมซึ่งทำให้ใส่แล้วเย็น สบาย ผู้ที่มีอาชีพตัดไม้ และเผาถ่านจึงนิยมย้อมเสื้อผ้า เพื่อนำไปใส่ในการประกอบอาชีพ ต่อมามีการฟื้นฟูพิพิธภัณฑ์เขายี่สาร จึงมีการคิดค้นเพื่อทำเป็นของที่ระลึกเวลามีนักท่องเที่ยว หรือนักศึกษาค้นคว้ามาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เขายี่สาร โดยมีการสืบสานภูมิปัญญาการย้อมผ้าด้วยเปลือกไม้ธรรมชาติซึ่งนำมาจากพืชป่าชายเลนที่มีอยู่ในท้องถิ่น มาจัดทำเป็นเสื้อ กางเกง ผ้าเช็ดหน้า กระเป๋า เป็นต้น โดยเรียนการมัดย้อมจากสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม และพัฒนามาเป็นลวดลายของตนเอง โดยแต่ละชิ้นงานไม่ซ้ำแบบใคร และยึดหลักการใช้สีธรรมชาติเป็นเอกลักษณ์สืบสานต่อมา

ความเป็นมาและความสำคัญ
องค์ความรู้เกี่ยวกับศิลปะการนำผ้ามาย้อมด้วยสีที่ได้จากธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งแปลก หรือพึ่งจะค้นพบนวัตกรรมใหม่แต่อย่างใด แต่ความรู้ภูมิปัญญาดังกล่าวได้ถูกค้นพบ ปฏิบัติและถ่ายทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่สมัยพุทธกาล ดังจะเห็นได้ว่า พระพุทธเจ้าพร้อมสาวกทั้งหลายก็ใช้ผ้าบังสุกุลสีขาวที่ใช้สำหรับห่อศพมาซักแล้วก็ย้อมด้วยสีธรรมชาติเพื่อเป็นผ้าจีวรนุ่งห่มเหมือนกัน ดังนั้น ผู้เขียนเห็นว่าภูมิปัญญาการเอาผ้าแล้วมาย้อมด้วยสีธรรมชาติไม่ใช่ภูมิปัญญาชาวของบ้านธรรมดาๆ แต่เป็นภูมิปัญญาที่มาจากแนวคิดของพระพุทธเจ้า ซึ่งการเรียนรู้และปฏิบัติกิจกรรมดังกล่าวเหมือนกับเราได้เรียนรู้และปฏิบัติธรรมะไปด้วย เช่น เราจะได้สมาธิจากการดึงปมชายผ้า หรือการพึงพาธรรมชาติและพึ่งพาตัวเอง หรือการไม่ตามกระแสของสังคมที่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือยเกินความจำเป็น
การทำผ้ามัดย้อมใช้เอง เป็นความภาคภูมิใจของคนทำและคนที่จะสวมใส่ ด้วย เพราะผลงานชิ้นดังกล่าวเป็นศิลปะหนึ่งเดียวในโลกที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน(รับรองได้) โดยมีเราเป็นศิลปินเอก ที่สำคัญสีที่ได้จากธรรมชาติจะมีคุณสมบัติในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บไปในตัวด้วย เช่น ผ้าย้อมคราม ย้อมฝางแดง เป็นต้น
แต่ในปัจจุบันศิลปะดังกล่าวกำลังลดหายไปจากสังคม และถูกมองอย่างไร้คุณค่า เพราะว่ากระแสแฟชั่นสมัยใหม่มาแรง แซงตลอด หาซื้อได้ง่าย และตอบสนองความต้องการได้อย่างรวดเร็ว ทันใจ ในทุกรูปแบบ
เพราะฉะนั้น กิจกรรมดังกล่าวยังรอพวกเราเหล่าศิลปินที่จะสืบสานอุดมการณ์ และศิลปะร่วมสมัย ให้คงอยู่คู่ชุมชนตลอดไป ชั่วกาลนาน
.....เชื่อมั่น...

การทำลวดลายผ้า (แบบง่าย)
การคิด ประดิษฐ์ลายผ้า ขึ้นอยู่กับจินตนาการและการสังเกตของแต่ละคน ซึ่งการมัดแต่ละครั้งหรือแต่ละคน ลายผ้าที่ได้จะไม่เหมือนกัน แต่ก็สามารถปรับปรุง หรือออกแบบให้ใกล้เคียง หรือ คล้ายกันได้ ขึ้นอยู่กับการสังเกตและพัฒนาการของแต่ละคนด้วย ซึ่งการมัดลายแบบพื้นฐานอย่างง่ายมี 4 แบบ ดังนี้

1. การพับแล้วมัด กล่าวคือ เป็นการพับผ้าเป็นรูปต่างๆ แล้วมัดด้วยยางหรือ เชือก ผลที่ได้จะได้ลวดลายที่มีลักษณะลายด้านซ้ายและลายด้านขวาจะมีความใกล้เคียงกัน แต่จะมีสีอ่อนด้านหนึ่งและสีเข้มด้านหนึ่ง เนื่องจากว่าหากด้านใดโดนพับไว้ด้านในสีก็จะซึมเข้าไปน้อย ผลที่ได้ก็คือจะมีสีจางกว่านั่นเอง 2. การห่อแล้วมัด กล่าวคือ เป็นการใช้ผ้าห่อวัตถุต่างๆ ไว้แล้วมัดด้วยยางหรือเชือก ลายที่เกิดขึ้นจะเป็นลายใหญ่หรือเล็กขึ้นอยู่กับวัตถุที่นำมาใช้ และลักษณะของการมัด เช่น การนำผ้ามาห่อก้อนหินรูปทรงแปลกๆ ที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก แล้วมัดไขว้ไปมา โดยเว้นจังหวะของการมัดให้มีพื้นที่ว่างให้สีซึมเข้าไปได้ อย่างนี้ก็จะมีลายเกิดขึ้นสวยงามแตกต่างจากการมัดลักษณะวัตถุอื่นๆ ด้วย 3. การขยำแล้วมัด กล่าวคือ เป็นการขยำผ้าอย่างไม่ตั้งใจแล้วมัดด้วยยางหรือเชือก ผลมี่ได้จะได้ลวดลายแบบอิสระ เรียกว่าลายสวยแบบบังเอิญ ทำแบบนี้อีกก็ไม่ได้ลายนี้อีกแล้ว เนื่องจากการขยำแต่ละครั้งเราไม่สามารถควบคุมการทับซ้อนของผ้าได้ ฉะนั้นลายที่ได้เป็นลายที่เกิดจากความบังเอิญ จริงๆ เปรียบเทียบเหมือนกับการที่เราเห็นก้อนเมฆ ก้อนเมฆแต่ละก้อนจะมีลักษณะแตกต่างกัน และเมื่อผ่านสักครู่ลายหรือลักษณะของก้อนเมฆก็จะเปลี่ยนไป เราเรียกว่าลายอิสระ หรือรูปร่างรูปทรงอิสระนั่นเอง 4 พับแล้วหนีบ กล่าวคือ เป็นการพับผ้าเป็นรูปแบบต่างๆ แล้วเอาไม้ไอศกรีม หรือไม้ไผ่ผ่าบางๆ หนีบไว้ทั้งสองข้างเหมือนปิ้งปลา ต้องมัดไม้ให้แน่น ภาพที่ออกมาก็จะเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปดอกไม้ รูปสี่เหลี่ยม เป็นต้น ข้อสังเกต และ ข้อควรระวัง หลักการสำคัญในการทำมัดย้อมคือ ส่วนที่ถูกมัดคือส่วนที่ไม่ต้องการให้สีติด ส่วนที่เหลือหรือส่วนที่ไม่ได้มัดคือส่วนที่ต้องการให้สีติด การมัดเป็นการกันสีไม่ให้สีติดนั่นเอง ลักษณะที่สำคัญของการมัดมีดังนี้ 1. ความแน่นของการมัด - กรณีแรกมัดมากเกินไปจนไม่เหลือพื้นที่ให้สีแทรกซึม เข้าไปได้ เลย ผลที่ได้ก็คือ ได้สีขาวของเนื้อผ้าเดิม อาจมีสีย้อม แทรกซึมเข้ามาได้เล็กน้อย อย่างนี้เกิดลายน้อย - กรณีที่สองมัดน้อยเกินไป เหลือพื้นที่ให้สีย้อมติดเกือบเต็มผืน อย่างนี้เกิดลายน้อยเช่นกัน ทั้งผืนมีสีย้อมแต่แทบไม่มีลายเลย - กรณีที่สาม มัดเหมือนกันแต่มัดไม่แน่น อย่างนี้เท่ากับ ไม่ได้มัดเพราะหากมัดไม่แน่นสีก็จะแทรกซึมผ่านเข้าไปได้ทั่วทั้งผืน 2. การใช้อุปกรณ์ช่วยในการหนีบผ้าแล้วมัด เพื่อให้เกิด ความ แน่นและเกิดลวดลายตามแม่แบบที่ใช้หนีบ ดังนั้นลายสวยเพียงใดขึ้นอยู่กับการออกแบบแม่แบบที่จะใช้หนีบด้วย 3. ความสม่ำเสมอของสีย้อม สีย้อมที่ติดผ้าจะสม่ำเสมอได้ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิความร้อนขณะนำผ้าลงย้อม และการกลับผ้าไปมาการขยำผ้าเกือบตลอดเวลาของการย้อมหนึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่งก่อนที่จะแช่ผ้าไว้
อุปกรณ์การทำผ้ามัดย้อม
1. ผ้าที่ใช้ทำมัดย้อมหรือ (Tie - Dye) ใช้ผ้าได้หลายชนิด เช่น ผ้าฝ้าย ป่าน ลิน ปอ ไหม ไนลอน ลินิน โปลีเตอร์และขนสัตว์ ฯลฯ
2. วัสดุที่มัดหรือผูกผ้าจะต้องมีคุณสมบัติเหนียวสามารถยึดผ้าได้แน่น ได้แก่ เชือกฟาง พลาสติก เชือกกล้วย ยางเส้น เป็นต้น
3. สีสำหรับย้อมสารเคมีที่ใช้ย้อมสี
4. ตาชั่ง
5. ถ้วยตวง
6. ถุงยางใช้สำหรับจับผ้าย้อมสี
7. ไม้สำหรับคนสี
8. กาต้มน้ำ เตาไฟฟ้า
9. กะละมังสำหรับแช่ผ้าย้อมสีและใช้ทำความสะอาดผ้า
10. สารซักฟอกอื่นๆ
ขั้นตอนในการทำผ้ามัดย้อม
การเตรียมผ้า
ผ้าที่ใช้ทำผ้ามัดย้อม ควรใช้ผ้าสีขาวหรือผ้าสีอ่อนผ้าที่มีขายตามท้องตลาดเป็นผ้าที่ผ่านการแต่งมาก่อน เพื่อให้ผ้าแข็งตัวและเป็นเงาเรียบ ผู้ผลิตจะแต่งและอาบผ้าด้วยสารเรซิ่นหรือแป้งใช้เป็นส่วนมาก สารตัวที่กล่าวมานี้นับว่าเป็น อุปสรรคต่อการแทรกซึมของน้ำสี ฉะนั้นก่อนจะลงมือย้อมสี ควรขจัดสิ่งเหล่านี้ออกให้หมดเสียก่อน แต่ถ้ามีสารอาบผิวใส่จำนวนน้อยอาจทำความสะอาดได้ โดยการใช้ผงซักฟอกได้
การเตรียมผ้า
ผ้าที่ใช้ทำผ้ามัดย้อม ควรใช้ผ้าสีขาวหรือผ้าสีอ่อนผ้าที่มีขายตามท้องตลาดเป็นผ้าที่ผ่านการแต่งมาก่อน เพื่อให้ผ้าแข็งตัวและเป็นเงาเรียบ ผู้ผลิตจะแต่งและอาบผ้าด้วยสารเรซิ่นหรือแป้งใช้เป็นส่วนมาก สารตัวที่กล่าวมานี้นับว่าเป็น อุปสรรคต่อการแทรกซึมของน้ำสี ฉะนั้นก่อนจะลงมือย้อมสี ควรขจัดสิ่งเหล่านี้ออกให้หมดเสียก่อน แต่ถ้ามีสารอาบผิวใส่จำนวนน้อยอาจทำความสะอาดได้ โดยการใช้ผงซักฟอกได้
การเตรียมลายมัดย้อม
ผู้ปฏิบัติผ้ามัดย้อมย่อมปรารถนาให้ลายที่เกิดขึ้นบนผ้าลายที่ไม่อยากให้ซ้ำกับผู้อื่น ดังนั้นผู้ที่ปฏิบัติงานมัดย้อมจึงผูกผ้าของตนเองได้อย่างอิสระ โดยการให้ความคิดคำนึงสร้างสรรค์ ลายที่ออกมาย่อมเป็นงานที่พึงพอใจของผู้ปฏิบัติเอง
ผู้ปฏิบัติผ้ามัดย้อมย่อมปรารถนาให้ลายที่เกิดขึ้นบนผ้าลายที่ไม่อยากให้ซ้ำกับผู้อื่น ดังนั้นผู้ที่ปฏิบัติงานมัดย้อมจึงผูกผ้าของตนเองได้อย่างอิสระ โดยการให้ความคิดคำนึงสร้างสรรค์ ลายที่ออกมาย่อมเป็นงานที่พึงพอใจของผู้ปฏิบัติเอง
การเตรียมน้ำย้อม
การย้อมสี
การทำผ้ามัดย้อมสามารถย้อมได้ตามวิธีกรรมถึงสีที่ย้อมได้ในอุณหภูมิสูงและต่ำได้ แต่ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงประเภทของสีและผ้าให้ถูกต้องหลายๆสี ภายหลังที่ได้ย้อมสีแรกเสร็จแล้ว เช่นนี้เรื่อยไปจนกว่าจะได้สีและลายที่ต้องการ
การมัดย้อมโดยการเล่นสีให้เป็นสีอ่อนสีแก่ในผืนเดียวกัน ในการย้อมสีอาจทำได้โดยการเริ่มจากสีอ่อนไปจนถึงสีเข้มจัด
การย้อมสี
การทำผ้ามัดย้อมสามารถย้อมได้ตามวิธีกรรมถึงสีที่ย้อมได้ในอุณหภูมิสูงและต่ำได้ แต่ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงประเภทของสีและผ้าให้ถูกต้องหลายๆสี ภายหลังที่ได้ย้อมสีแรกเสร็จแล้ว เช่นนี้เรื่อยไปจนกว่าจะได้สีและลายที่ต้องการ
การมัดย้อมโดยการเล่นสีให้เป็นสีอ่อนสีแก่ในผืนเดียวกัน ในการย้อมสีอาจทำได้โดยการเริ่มจากสีอ่อนไปจนถึงสีเข้มจัด
สีรีแอ๊ดทีฟ
สีประเภทนี้มีความทนทานสูงให้สีสดใส ย้อมง่าย ซึมเข้าในเส้นใยได้ดี โดยทำปฏิกิริยากับสารเคมีจะทำให้สีสดใส แต่ราคาค่อนข้างสูงย้อมง่าย แต่ถ้าย้อมน้ำเข้มจะต้องเอาผ้าที่ย้อมเก็บค้างคืนเสียก่อนจึงนำไปล้าง จะได้สีผ้าสีเข้มและสีที่ได้จะสดใสสวยงาม
สีประเภทนี้มีความทนทานสูงให้สีสดใส ย้อมง่าย ซึมเข้าในเส้นใยได้ดี โดยทำปฏิกิริยากับสารเคมีจะทำให้สีสดใส แต่ราคาค่อนข้างสูงย้อมง่าย แต่ถ้าย้อมน้ำเข้มจะต้องเอาผ้าที่ย้อมเก็บค้างคืนเสียก่อนจึงนำไปล้าง จะได้สีผ้าสีเข้มและสีที่ได้จะสดใสสวยงาม
วิธีย้อม
ละลายสีด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน เติมน้ำเย็นให้ครบตามจำนวน ใส่เกลือแกงโซดาแอช ตามลำดับ คนสารละลายให้เข้ากัน นำผ้าลงย้อม ใช้เวลาคนผ้ากลับไปกลับมา ประมาณ 20 นาที เพื่อให้ผ้าดูดซึมสีได้ทั่วแล้วแช่ผ้าต่ออีก 40 นาที
หลังจากนั้นจึงนำไปซักน้ำให้สะอาด
ละลายสีด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำร้อน เติมน้ำเย็นให้ครบตามจำนวน ใส่เกลือแกงโซดาแอช ตามลำดับ คนสารละลายให้เข้ากัน นำผ้าลงย้อม ใช้เวลาคนผ้ากลับไปกลับมา ประมาณ 20 นาที เพื่อให้ผ้าดูดซึมสีได้ทั่วแล้วแช่ผ้าต่ออีก 40 นาที
หลังจากนั้นจึงนำไปซักน้ำให้สะอาด
ขั้นตอนการมัดย้อมผ้า
1. เตรียมสารที่ใช้ย้อม
2. เตรียมวัสดุอุปกรณ์
3. ละลายสีด้วยน้ำอุ่น
4. ใส่เกลือแกงและโซดาแอช
5. ใส่น้ำให้ครบตามจำนวน
6. พักไว้
7. เตรียมผ้าที่มัดไว้แล้วใส่ลงในน้ำย้อม
8. คนพลิกไปพลิกมา
9. แช่ทิ้งไว้ประมาณ 40-50 นาที
10. ล้างน้ำให้สะอาดแล้วแกะเชือกออก
11. ได้ลวดลายตามต้องการ
1. เตรียมสารที่ใช้ย้อม
2. เตรียมวัสดุอุปกรณ์
3. ละลายสีด้วยน้ำอุ่น
4. ใส่เกลือแกงและโซดาแอช
5. ใส่น้ำให้ครบตามจำนวน
6. พักไว้
7. เตรียมผ้าที่มัดไว้แล้วใส่ลงในน้ำย้อม
8. คนพลิกไปพลิกมา
9. แช่ทิ้งไว้ประมาณ 40-50 นาที
10. ล้างน้ำให้สะอาดแล้วแกะเชือกออก
11. ได้ลวดลายตามต้องการ
ลายหนึ่งเดียวในโลก
*กระเป๋าผ้าน่ารัก ใบละ 39 บาท *ผ้าเช็ดหน้า.แสนสวย-ผืนละ 15 บาท *เสื้อมัดย้อมตัวละ-139 บาท *รายได้ทั้งหมดหลังจากหักค่าใช้จ่าย สำหรับนักเรียนฝึกงานอาชีพระหว่างเรียน ขอบคุณค่ะ ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() ![]() |



















ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น